รู้จักยาแต้มสิว ดีหรือยัง

EP5-รู้จักยาแต้วสิวดีหรือยัง.png

     หากคุณเป็นคนหนึ่งที่เป็นสิว หรือสนใจเรื่องสิว คุณน่าจะมีความสงสัยและอยากรู้ว่าจริงๆแล้วการรักษาสิวควรทำอย่างไร ต้องดูที่อะไรบ้าง เบื้องต้นแล้วหากคุณเป็นสิวเพียงเล็กน้อย เช่น นานๆขึ้นทีหนึ่ง ในแต่ละครั้งมีสิวขึ้นทีละไม่กี่เม็ด หรือสิวมักจะขึ้นตามช่วงการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในร่างกาย ในบางคนอาจใช้เพียงแค่ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวสำหรับคนเป็นสิวง่าย สิวก็ดีขึ้นแล้ว แต่ในบางคนก็ยังคงต้องใช้ยาทาภายนอก หรือยาแต้มสิว เพื่อความรวดเร็วของการรักษาและผลลัพธ์ที่ดี ยิ่งถ้าเป็นสิวรุนแรง นอกจากใช้ยาแต้มสิวแล้ว อาจต้องพิจารณาใช้ยารับประทานเพื่อรักษาสิวด้วย

     ยารักษาสิวมีเป้าหมายคือ กำจัดสิวที่เกิดขึ้น ลดการผลิตน้ำมันจากต่อมไขมัน ช่วยให้การอักเสบของสิวหายเร็วขึ้น รักษาแผลเป็น รวมทั้งป้องกันการเกิดสิวที่อาจเกิดซ้ำขึ้นมาได้ ซึ่งการรักษาโดยใช้ยานั้นมีทั้งการใช้ยาทาหรือการรักษาเฉพาะที่ การรับประทานยารักษาสิว หรือการใช้ยาฉีด โดยเราจะมาทำความรู้จักกับการใช้ยาทาเฉพาะที่ หรือที่รู้จักกันว่ายาแต้มสิวนั่นเอง

การออกฤทธิ์ของยาทาเพื่อรักษาสิวนั้น มีอยู่หลายประเภท สามารถแบ่งได้ดังนี้

1.  สารที่ออกฤทธิ์ต้านแบคทีเรีย (Antimicrobial) เช่น Benzoyl Peroxide, Azelaic acid, Clindamycin, Erythromycin เป็นต้น หรือกลุ่มของสารสกัดจากธรรมชาติที่มีฤทธิ์ในการยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย เช่น tea tree oil, สารสกัดจากเปลือกมังคุด เป็นต้น

2.  สารที่ออกฤทธิ์ละลายหัวสิว (Comedolytic) เช่น Adapalene, Tretinoic acid

3.  สารที่ออกฤทธิ์ละลายขุย (Keratolytic) เช่น Salicylic acid, sulphur

4.  สารที่ออกฤทธิ์ลดการอักเสบ (Anti-inflammatory) เช่น Benzoyl Peroxide, Adapalene

5.  สารที่ออกฤทธิ์ลดการผลิตของน้ำมันส่วนเกิน (Decrease sebum production) เช่น
Acnacidol BG

     จะเห็นว่าสารบางชนิดมีฤทธิ์ได้หลายอย่าง เช่น Benzoyl Peroxide มีทั้งฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรีย และในขณะเดียวกันยังช่วยลดการอักเสบของสิวได้ แต่ก็อาจมีผลข้างเคียงคือ ทำให้ผิวแห้ง สร้างความระคายเคืองได้ง่ายโดยเฉพาะผิวที่บอบบาง และโดยปกติแล้วสารที่สามารถลดการผลิตน้ำมันส่วนเกินบนใบหน้าได้มักเป็นสารที่อยู่ในยารักษาสิวแบบรับประทาน เช่น Isotretinoin หรือยาคุมกำเนิด หากคุณต้องการลดน้ำมันส่วนเกินบนใบหน้า แต่ไม่อยากรับประทานยา เพราะการรับประทานยาอาจมีผลข้างเคียงได้มากกว่ายาแต้มสิว คุณอาจลองมองหาผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบของ Acnacidol BG ที่อยู่ในยารักษาสิวแบบทาก็ได้ เพราะนอกจากจะได้ในเรื่องของการลดน้ำมันส่วนเกินบนใบหน้าแล้ว สารตัวนี้ยังช่วยลดการอุดตันของสิ่งสกปรก และช่วยลดโอกาสการสะสมของเชื้อแบคทีเรียอย่าง P. Acne ได้อีกด้วย

     ซึ่งในปัจจุบันนี้มีผลิตภัณฑ์ที่ใช้ Acnacyclic Technology มาเป็นส่วนประกอบสำคัญในผลิตภัณฑ์ โดยเทคโนโลยีนี้จะช่วยทำให้สารสำคัญอย่าง Acnacidol BG และ Salicylic acid สามารถซึมผ่านผิวได้ดีและค่อยๆปลดปล่อยตัวยาออกมาทำให้ออกฤทธิ์ได้นานถึง 12 ชั่วโมง

     อย่างไรก็ตามคุณควรรักษาสิวตามประเภทของสิวที่คุณเป็น เช่น สิวอักเสบ สิวอุดตัน สิวหัวหนอง เป็นต้น

การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ให้ถูกกับประเภทสิวนับเป็นปัจจัยที่สำคัญอย่างหนึ่งในการรักษาสิว แต่หากคุณไม่แน่ใจว่าคุณเป็นสิวประเภทไหน คุณควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่สามารถดูแลครอบคลุมสิวได้ทุกประเภทนั่นเอง